โดนโกงออนไลน์ทำยังไง? สิ่งที่ต้องทำทันทีใน 72 ชั่วโมงแรก และหลักฐานที่ไม่ควรลบ

โดนโกงออนไลน์ ทำยังไง นิ้วลังเลก่อนกดบล็อกในโทรศัพท์
วินาทีตัดสินใจหลังรู้ตัวว่าถูกหลอกโอนเงิน ระหว่างการเร่งอายัดกับการรักษาหลักฐาน

นาทีที่รู้ตัวว่าโดนโกงออนไลน์ สิ่งที่ต้องทำมีสองเรื่องพร้อมกัน คือ เร่งหยุดเส้นทางเงิน และรักษาหลักฐานที่ยังอยู่ในมือ

เรื่องเงินต้องเร็ว ควรติดต่อ AOC 1441 หรือธนาคารที่เกี่ยวข้องทันที ไม่ต้องรอรวบรวมหลักฐานทุกอย่างให้ครบก่อน ส่วนแชท โปรไฟล์ ลิงก์ เว็บไซต์ สลิป และข้อมูลบัญชีที่ใช้ติดต่อกัน ควรเก็บไว้ก่อนบล็อก ลบแชท ออกจากกลุ่ม หรือลบแอป พูดง่าย ๆ คือ หลังรู้ตัวว่าถูกโกง ให้จำหลักนี้ไว้

เร่งเรื่องเงิน แช่แข็งเรื่องหลักฐาน”

บทความนี้แยกให้ชัดว่าเมื่อไหร่ควรเร่ง เมื่อไหร่ควรหยุด สองเรื่องนี้ต้องทำไปพร้อมกัน เพราะต่อให้หยุดเงินไม่ทัน หลักฐานที่เก็บไว้อย่างเป็นระบบยังมีความสำคัญต่อการสืบสวนและการดำเนินคดีต่อไป

สรุป หากโดนโกงออนไลน์ควรทำอะไรก่อน 

เมื่อพบว่าตัวเองโอนเงินให้มิจฉาชีพหรือสงสัยว่ากำลังถูกหลอก ให้ทำตามลำดับนี้

  1. โทร AOC 1441 หรือแจ้งธนาคารที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อเข้าสู่กระบวนการระงับธุรกรรม
  2. เก็บสลิป เลขบัญชี ชื่อบัญชี วันเวลา และยอดเงินที่โอน
  3. เก็บแชท โปรไฟล์ URL เว็บไซต์ โฆษณา เบอร์โทร และช่องทางติดต่อ
  4. อย่าเพิ่งลบแชท ออกจากกลุ่ม หรือลบแอป ก่อนเก็บข้อมูลสำคัญ
  5. เมื่อได้รับ Police Case ID หรือคำแนะนำจากระบบ ให้ดำเนินการกับพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนต่อทันที

กรอบ “72 ชั่วโมง” มีความสำคัญ แต่ ไม่ใช่เวลาที่ควรรอให้ใกล้ครบแล้วค่อยดำเนินการ ยิ่งแจ้งเร็ว โอกาสที่หน่วยงานเกี่ยวข้องจะตามเส้นทางธุรกรรมได้ทันยิ่งมากขึ้น

ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566  มาตรา 7 หากสถาบันการเงินได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าธุรกรรมเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สถาบันการเงินมีหน้าที่ระงับธุรกรรมไว้ชั่วคราวและแจ้งให้ผู้เสียหายไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายใน 72 ชั่วโมง จากนั้นพนักงานสอบสวนต้องพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

 

ต่อมา พ.ร.ก.ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 เพิ่มกลไกและอำนาจในการรับมืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2568

 

ในทางปฏิบัติปัจจุบัน ผู้เสียหายสามารถโทร AOC 1441 ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ระบุขั้นตอนว่า เจ้าหน้าที่รับข้อมูล ประสานธนาคารเพื่อยืนยันตัวตน (KYC) บันทึก Bank Case ID ส่งข้อมูลเข้าสู่ Thai Police Online เพื่อออก Police Case ID และส่ง SMS ให้ผู้เสียหาย โดยให้ไปพบพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจที่เลือกไว้ภายใน 7 วัน

 

เพื่อให้แจ้งเหตุได้เร็วขึ้น กระทรวงดิจิทัลฯ แนะนำให้ เตรียมข้อมูลก่อนโทร AOC 1441 เช่น ข้อมูลผู้เสียหาย บัญชีต้นทาง บัญชีปลายทาง วันเวลา และรายละเอียดเหตุการณ์

 

ดังนั้นไม่ควรจำเพียงว่า “มีเวลา 72 ชั่วโมง” แต่ควรจำว่า เมื่อรู้ตัวให้แจ้งทันที แล้วทำตาม Case ID และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ต่อเนื่องจนขั้นตอนเสร็จ

พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 17 มีนาคม 2566 กลับลำดับนั้นทั้งหมด

 

  • ชั้นที่ 1 ทันที แจ้งธนาคารหรือโทรสายด่วน AOC 1441 ของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แจ้งทางโทรศัพท์ได้เลย ไม่ต้องทำหนังสือ ไม่ต้องมีใบแจ้งความ 
  • ชั้นที่ 2 ภายใน 72 ชั่วโมง ต้องไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน แจ้งได้ทุกท้องที่ทั่วประเทศ หรือแจ้งออนไลน์ที่ระบบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  หากเลย 72 ชั่วโมง การระงับชั่วคราวจะสิ้นผล
  • ชั้นที่ 3 ภายใน 7 วัน พนักงานสอบสวนต้องพิจารณาสั่งอายัดต่อ หากไม่พบพยานหลักฐาน ธนาคารต้องยกเลิกการระงับ

ในปี 2568 มีการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นฉบับที่ 2 ซึ่งเพิ่มความรับผิดของสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมกำหนดกระบวนการคืนเงินให้ผู้เสียหายเร็วขึ้น

5 สิ่งที่ไม่ควรทำก่อนเก็บหลักฐาน

การเก็บหลักฐานแชทและสลิปโอนเงินหลังถูกโกงออนไลน์
การรวบรวมบทสนทนาและเอกสารการโอนอย่างเป็นระบบก่อนแจ้งความ

และนี่คือส่วนที่แทบไม่มีใครเตือน 

อย่ากดบล็อกก่อนเก็บข้อมูลสำคัญ

ก่อนบล็อก ควรเก็บชื่อบัญชี ชื่อผู้ใช้ รูปโปรไฟล์ เบอร์โทร ลิงก์ และบทสนทนาที่เกี่ยวข้องไว้ก่อน เพราะผลของการบล็อกแตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม และข้อมูลบางส่วนอาจเข้าถึงยากขึ้นภายหลัง หากไม่ต้องการรับข้อความเพิ่มเติม สามารถปิดการแจ้งเตือนชั่วคราวระหว่างเก็บหลักฐานได้

อย่าลบแชทหรือออกจากกลุ่มทันที

หากเป็นกลุ่มลงทุน กลุ่มซื้อขาย หรือกลุ่มที่มีผู้เสียหายหลายราย ข้อความ รายชื่อสมาชิก โพสต์ และลิงก์ภายในกลุ่มอาจช่วยอธิบายรูปแบบการหลอกและลำดับเหตุการณ์ได้ เก็บข้อมูลที่จำเป็นก่อน แล้วจึงพิจารณาออกจากกลุ่มภายหลัง

อย่าลบแอปทิ้งโดยไม่จำเป็น

การถอนแอปมักลบฐานข้อมูลในเครื่องไปด้วย และการติดตั้งใหม่ไม่ได้พาข้อมูลเดิมกลับมา ข้อมูลบางประเภทอาจอยู่ในอุปกรณ์หรือเชื่อมโยงกับบัญชีผู้ใช้ การถอนแอปหรือเปลี่ยนแปลงระบบโดยไม่จำเป็นอาจทำให้การตรวจสอบข้อมูลภายหลังซับซ้อนขึ้น

อย่ารีบทักไปต่อรองหรือข่มขู่

การติดต่อกลับด้วยอารมณ์นอกจากจะทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวและปิดบัญชีหนี ปิดช่องทางติดต่อ ลบโปรไฟล์ หรือเปลี่ยนข้อมูลที่ยังตรวจสอบได้ ควรให้การเก็บหลักฐานและการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาก่อน

อย่าโอนเงินเพิ่มเพื่อ "ปลดล็อกเงิน"

หากอีกฝ่ายอ้างว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ค่าภาษี ค่าประกัน ค่ายืนยันบัญชี ค่ายืนยันตัวตนที่อ้างว่าจะทำให้ถอนเงินได้ หรือเงินอีกก้อนเพื่อถอนเงินเดิมออกมาได้ อย่าโอนเพิ่มเพียงเพราะหวังว่าจะได้เงินก้อนแรกคืน ควรหยุดการโอนและแจ้งเหตุทันที เพราะมันเป็นกลไกมาตรฐานของการหลอกซ้ำรอบสอง

เก็บหลักฐานอะไรบ้างหลังถูกโกงออนไลน์

รายการเดินบัญชีธนาคารเป็นหลักฐานคดีฉ้อโกงออนไลน์
เอกสารรายการเดินบัญชีที่ออกโดยสถาบันการเงิน มีน้ำหนักเป็นพยานหลักฐานมากกว่าสลิป

การเก็บหลักฐานไม่ควรมีเพียงภาพหน้าจอไม่กี่ภาพ แต่ควรเก็บข้อมูลให้สามารถเรียงเหตุการณ์ย้อนหลังได้

 

  • หลักฐานการโอน เก็บสลิปการโอน วันเวลา จำนวนเงิน ธนาคารต้นทาง ธนาคารปลายทาง และหากขอ Statement หรือรายการเดินบัญชีจากธนาคารได้ ควรเก็บไว้ประกอบกัน
  • ข้อมูลบัญชีปลายทาง บันทึกชื่อบัญชี เลขบัญชี ธนาคาร เบอร์โทร และข้อมูลอื่นที่ใช้รับเงิน รวมถึง Bank Case ID หรือหมายเลขอ้างอิงที่ได้รับจากการแจ้งเหตุ
  • บทสนทนาทั้งหมด เก็บข้อความตั้งแต่ช่วงเริ่มติดต่อ การชักชวน เงื่อนไขการโอน ไปจนถึงข้อความหลังเกิดความเสียหาย หากแพลตฟอร์มมีระบบ Export หรือดาวน์โหลดประวัติการสนทนา สามารถเก็บไฟล์ดังกล่าวร่วมกับภาพหน้าจอได้
  • ร่องรอยโฆษณา เก็บ URL เว็บไซต์ ลิงก์โพสต์ ชื่อเพจ ชื่อผู้ใช้ เบอร์โทร โฆษณา รูปภาพ และข้อมูลที่แสดงตัวตนของผู้ติดต่อ เพราะข้อมูลออนไลน์สามารถถูกแก้ไขหรือลบในภายหลังได้อย่างรวดเร็ว

ภาพหน้าจอยังมีประโยชน์ แต่หากมีข้อมูลต้นทางอื่น เช่น Statement, URL, ไฟล์ Export หรือข้อมูลบัญชี ควรเก็บร่วมกันเพื่อช่วยยืนยันที่มาและลำดับเหตุการณ์

ถ้าเผลอลบแชทไปแล้ว ยังมีทางไหม?

ยังไม่ควรสรุปทันทีว่าข้อมูลหายทั้งหมด ความเป็นไปได้ในการกู้คืนขึ้นอยู่กับประเภทอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ แอป การสำรองข้อมูล และสิ่งที่เกิดขึ้นกับเครื่องหลังข้อมูลถูกลบ

 

สิ่งที่ควรทำคือ ลดการใช้งานเครื่องโดยไม่จำเป็น และอย่าติดตั้งแอปกู้ข้อมูลแบบสุ่มลงในอุปกรณ์ที่กำลังต้องการตรวจสอบ หากข้อมูลสำคัญต่อคดี ควรประเมินสภาพอุปกรณ์ก่อนว่ามีวิธีตรวจสอบหรือกู้คืนแบบใดที่เหมาะสม

 

รายละเอียดทั้งหมดเราเขียนไว้ใน บทความเรื่องการกู้แชทที่ถูกลบ 

นักสืบเอกชนช่วยอะไรได้ และอะไรเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ?

สิ่งสำคัญคือแยกให้ออกว่างานใดเป็นอำนาจตามกฎหมายของรัฐ และงานใดที่เอกชนสามารถช่วยสนับสนุนได้

 

  • สิ่งที่บริษัทนักสืบเอกชนทำไม่ได้ คือการสั่งธนาคารอายัดบัญชี ไม่มีอำนาจบังคับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และไม่สามารถเรียกดูเส้นทางการเงินจากธนาคารแทนพนักงานสอบสวนได้
  • สิ่งที่นักสืบเอกชนสามารถทำได้ คือการตรวจสอบและจัดระเบียบหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเข้าถึง การประเมินความเป็นไปได้ในการตรวจหรือกู้ข้อมูลจากอุปกรณ์ของผู้ว่าจ้าง การตรวจสอบตัวตนจากเบาะแสที่มีอยู่ และการรวบรวมความเชื่อมโยงของข้อมูลเพื่อส่งต่อให้พนักงานสอบสวน

ในกรณีที่ทราบตัวผู้กระทำแล้ว อาจตรวจสอบทรัพย์สินเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการทางแพ่งตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต อ่านต่อบทความ การสืบทรัพย์สินเพื่อฟ้องเรียกคืนทางแพ่ง 

 

หากต้องการเข้าใจขอบเขตการใช้บริการนักสืบหลังถูกโกงออนไลน์โดยเฉพาะ สามารถอ่านที่บทความ โดนโกงออนไลน์สามารถจ้างนักสืบเพื่อสืบหาตัวคนร้ายได้อย่างไร 

 

การอายัดเงินและการดำเนินคดีเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนงานสืบและการจัดหลักฐานเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถทำงานประกอบกันได้

สรุปความคิดเห็นจากนักสืบ

หลังถูกโกงออนไลน์ สิ่งที่เสียหายเพิ่มเติมได้ไม่ได้มีเพียงเงิน แต่อาจรวมถึงข้อมูลที่ถูกลบหรือเปลี่ยนแปลงด้วยความตกใจของผู้เสียหายเอง

  • เรื่องเงิน ให้แจ้ง AOC 1441 หรือธนาคารทันที และดำเนินการตาม Case ID จนถึงขั้นตอนกับพนักงานสอบสวน
  • เรื่องหลักฐาน ให้เก็บแชท โปรไฟล์ สลิป Statement URL และข้อมูลที่เกี่ยวข้องก่อนลบหรือเปลี่ยนแปลง

ถ้าจำอะไรจากบทความนี้ได้เพียงประโยคเดียว ให้จำว่า  “เร่งเรื่องเงิน แช่แข็งเรื่องหลักฐาน”

❝ Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo ❞

เขียนโดย

ทีมงานนักสืบแห่งประเทศไทย

ผู้เชี่ยวชาญด้านงานสืบสวนเอกชน การตรวจสอบข้อเท็จจริง การสืบพยานหลักฐาน และการตรวจสอบข้อมูลเพื่อประกอบการดำเนินคดี

 

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนหลังถูกหลอกลวงออนไลน์ ไม่ใช่คำรับรองผลทางคดีหรือคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี ขั้นตอนของหน่วยงานอาจมีการปรับเปลี่ยน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโดนโกงออนไลน์ ทำยังไง?

ไม่ควรรอไปแจ้งความจนเสร็จแล้วค่อยแจ้งธนาคาร หากเพิ่งเกิดเหตุให้รีบติดต่อ AOC 1441 หรือธนาคารที่เกี่ยวข้องทันที สำหรับกระบวนการ AOC ปัจจุบัน ระบบจะประสานธนาคารเพื่อทำ KYC ออก Bank Case ID และเชื่อมข้อมูลไปยัง Thai Police Online เพื่อออก Police Case ID จากนั้นให้ดำเนินการตามคำแนะนำและไปพบพนักงานสอบสวนภายในเวลาที่กำหนด

กรอบ 72 ชั่วโมงปรากฏในมาตรา 7 ของ พ.ร.ก. พ.ศ. 2566 สำหรับกรณีสถาบันการเงินได้รับแจ้งจากผู้เสียหายและระงับธุรกรรมไว้ชั่วคราว ขณะเดียวกันกระบวนการ AOC ปัจจุบันเชื่อมการรับแจ้ง การประสานธนาคาร และ Police Case ID เข้าด้วยกันมากขึ้น ดังนั้นควรแจ้งทันทีและทำตามขั้นตอนที่ได้รับ ไม่ควรรอให้ใกล้ครบ 72 ชั่วโมง

ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มและข้อมูลที่ยังเหลืออยู่ การบล็อกไม่ได้หมายความว่าแชทถูกลบทุกกรณี ให้ตรวจว่าประวัติสนทนา โปรไฟล์ สลิป หรือลิงก์เดิมยังเข้าถึงได้หรือไม่ แล้วเก็บสิ่งที่ยังมีอยู่

อาจเป็นไปได้ในบางกรณี แต่ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ ระบบ แอป การสำรองข้อมูล และการใช้งานเครื่องหลังลบข้อมูล หากข้อมูลมีความสำคัญ ควรลดการใช้งานเครื่องและไม่ติดตั้งแอปกู้ข้อมูลแบบสุ่มก่อนประเมินอุปกรณ์

ไม่มีใครรับประกันเรื่องนี้ได้ครับ และควรระวังผู้ที่รับปาก เพราะการอายัดบัญชีและติดตามเส้นทางการเงินเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนและธนาคาร ไม่ใช่ของเอกชน สิ่งที่บริษัทนักสืบช่วยได้คือการตรวจสอบเบาะแส การจัดหลักฐาน หรือสืบทรัพย์ตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะเรียกเงินกลับคืนได้

ปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจ

หากยังไม่แน่ใจว่าเคสของคุณหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ หรือข้อมูลบางส่วนถูกลบไปแล้ว ทีมงานนักสืบแห่งประเทศไทย สามารถช่วยประเมินเบื้องต้นว่าเรื่องใดควรดำเนินการกับตำรวจหรือธนาคารก่อน และส่วนใดเป็นงานตรวจสอบหลักฐานหรือการสืบที่เอกชนสามารถช่วยได้

 

การประเมินที่ดีควรเริ่มจากการบอกตามจริงว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ และอะไรต้องรีบทำก่อน อ่านเพิ่มเติม ข้อมูลทีมงานและแนวทางการทำงาน 

บทความแนะนำ

หากยังไม่เคยตกเป็นเหยื่อ สามารถอ่านต่อเรื่อง วิธีตรวจสอบก่อนโอนเงินหรือลงทุน 

Scroll to Top